Make your own free website on Tripod.com


แนะนำร้านไอศกรีมอร่อยๆ

Swensen’s ก่อตั้งขึ้นโดย Earle Swensen ซึ่งต้องการที่จะมีร้านไอศกรีมส่วนตัวจึงได้ทำการเปิดร้านไอศกรีมขึ้นที่ San Francisco ในปี 1948 The Minor Food Group คือบริษัทผู้ได้รับเฟรนไชส์ของ Swensen’s ในประเทศไทย รู้จักกันดีกับไอศกรีมซันเด Swensen’s ได้พัฒนาต่อเนื่องมานานหลายปีจนเกิดเป็นสาขาร้านอาหารบรรยากาศสบายสไตล์ครอบครัว ที่ไม่ได้มีเสิร์ฟเฉพาะไอศกรีมเท่านั้น แต่มีทางเลือกที่มากขึ้นอย่างอาหารหลากหลาย ของหวานและเครื่องดื่ม เค้กไอศกรีมและสามารถสั่งห่อกลับบ้านได้

เวลา 26 ปี ในสิงคโปร์ Swensen’s กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคย แรกเริ่ม Swensen’s เปิดเป็นร้านอาหาร 200 ที่นั่ง ที่ Thomson Plaza ในปี 1979 ปัจจุบันมีสาขาร้านอาหารบริการครบ 21 สาขา เสิร์ฟเมนูตลอดช่วงวันทั้งอาหาร และไอศกรีมซันเด ล่าสุดมีสิ่งที่เพิ่มเติมสำหรับครอบครัวคือ Swensen’s at Compass Point เปิดเมื่อ กันยายน ปี 2005

สาขาทุกสาขามีบริษัท ABR Holdings จำกัด เป็นเจ้าของและบริหารงาน เป็นบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ รวมไปถึงการจัดการแฟรนไชส์ใหญ่ๆ ABR ควบคุมแฟรนไชส์ใหญ่ใน สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลียและจีน อีกด้วย

Swensen’s ยังพยายามและบรรลุผลสำเร็จในการรับรอง Halal ทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย

ประวัติ Swensen’s

ในปี 1948 เมื่อ Earle Swensen เปิดร้านไอศกรีมร้านแรกของเขาในซานฟรานซิสโก บน Russian Hill ได้นำเสนอไอศกรีมแบบที่ว่า ” ดีเท่าที่พ่อเคยทำ ” สิ่งเล็กๆที่เขาคิดคือ Swensen’s เป็นชื่อที่ตั้งใจให้เป็นคำที่มีความหมายว่า ไอศครีมพิเศษอันเอร็ดอร่อย ที่โลกรู้จักกัน

ตั้งแต่นั้นมาไอศครีมกว่า 180 รสชาติ ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นและเป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้ Earle Swensen ได้ชื่อว่า ” America’s Ice Cream Man” คนรักไอศครีมทั้งหลายต่างก็เห็นด้วยกับชื่อนี้ เพราะปัจจุบันร้านไอศครีม Swensen’s มีสาขามากกว่า 200 แห่ง ทั่วโลก ทั้งในเอเชีย, ตะวันออกกลาง, สหรัฐอเมริกา และอเมริกาใต้

คอนเซปต์ของ Swensen’s

มีพื้นฐานบนคอนเซปต์ The American Fountain การออกแบบร้าน Swensen’s ได้ทำเป็น dining area รวมเข้าไป มีลักษณะเป็นบูธ และบรรยากาศงานเลี้ยง ประดับประดาด้วยโคมไฟทิฟฟานี่ แวดล้อมโดยรอบถูกออกแบบให้อบอวลไปด้วยความอบอุ่น และเป็นกันเอง

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นกันเองและบรรยากาศสบายๆ Swensen’s ได้สร้างตัวมันเองให้เป็นสถานที่ที่ลูกค้ามากกมายสามารถเข้ามาได้ และแต่งตัวตามสบาย จะมาเป็นกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ หรือจะเป็นโอกาสพิเศษต่างๆ นี่คือสถานที่ที่ ” คุณสามารถเป็นตัวของคุณเอง ”

ความคิดพื้นฐานของ Swensen’s

มีการพัฒนาให้เป็นไปในคอนเซปต์ห้องอาหารบรรยากาศสบายๆ ผลิตภัณฑ์หลักๆของ Swensen’s ยังคงเป็นไอศกรีมชั้นเยี่ยม โดยเฉพาะการทำซันเด ซันเดที่มีชื่อเสียงที่สุดเป็น Earthquake 8 ชั้น เวลาเสิร์ฟจะมีควันจากน้ำแข็งแห้งในแก้วด้วย ไอศครีมอีกอย่างที่น่าดึงดูดคือ ไอศครีม Coit Tower ได้แรงบันดาลใจจาก San Francisco Landmark และ Gold Rush ในวันบุกเบิกตะวันตกยุคเก่า

ด้วยความดึงดูดใจ ไอศครีมซันเดจึงถูกตั้งมั่นให้เป็นผลิตภัณฑ์หลัก เมนูของ Swensen’s มีมากพอที่จะทำให้ประสบการณ์อาหารเย็นสมบูรณ์แบบ และดึงดูดทุกเพศทุกวัย รูปแบบเมนูอาหารเต็มรูปแบบมาเป็นลำดับจาก ซุปต่อมาเป็นสลัด พาสต้าต่อมาก็ขนมปัง แซนด์วิชและแฮมเบอร์เกอร์ และอาหารหลักประประเภทต่างๆรวมถึง ปลาและมันฝรั่งทอด ที่เคยได้รับความนิยม

Swensen’s ยังได้พัฒนาความแปลกใหม่ที่ให้ลูกค้าเฉลิมฉลองกับเค้กไอศกรีมที่บ้าน ที่เต็มไปด้วยควันน้ำแข็งแห้งรักษาความเย็น ทำให้มีการพัฒนากล่องโฟมขึ้นมา เรียกกันว่า Swensen’s Cool Box ที่ทำให้เค้กไอศกรีมยังคงรูปและเย็นนาน 6 ชั่วโมง มีเค้กไอศครีมสำหรับสั่งกลับบ้านให้เลือกถึง 34 แบบ Swensen’s ยังได้รับอนุญาตให้ใช้ตัวละครดิสนีย์ทำเป็นเค้กไอศครีม ได้จับเอาตัวละครที่คุ้นเคยกันดีในลักษณะท่าทางในแบบที่มีชีวิตชีวาเหมือนต้นตำรับ 57 รูปแบบด้วยกัน มีทั้ง มิคกี้เมาส์, สโนวไวท์, ซินเดอเรลล่า, เจ้าหญิงนิทรา, วินนี่เดอะพูห์, ปลาน้อย

นีโม, ลิโลและสติทช์, ดิอินเครดิเบิลส์ และชิคเก้นลิตเติ้ล

 


Baskin Robbins ไอศครีมชื่อดังของอเมริกา กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1946 โดย Irv Robbins และพี่เขยของเขาอีกคนคือ Burt Baskin ปัจจุบัน Baskin Robbins มี 34 รสชาติ โดยจะมีการหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ มีสาขา 4,500 แห่งในทั่วโลก โดยในไทยมีอยู่ 70 สาขา
Highlights
- ปี 1945 Irv Robbins เปิดร้านไอศครีมชื่อ "Snowbird" มีไอศรีมให้เลือก 21 รส
- ปี 1946 Irv Robbins ร่วมมือกับ Burt Baskin เปิดเป็น Baskin Robbins
- ปี 1948 พัฒนากลายเป็นบริษัทแบบ Franchise


ปี 1953 เลข 31 กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Baskin Robbins หมายถึงรสชาติ 31 รสใน 31 วัน
- ปี 1959 เปิดสาขาใน Phoenix, Arizona
- ปี 1967 Burt Baskin เสียชีวิต
- ปี 1968 United Fruit ซื้อ Baskin Robbins
- ปี 1973 The London-based J. Lyons & Co., Ltd. ซื้อ Baskin Robbins
- ปี 1974 Baskin Robbins เปดสาขาต่างประเทศร้านแรกในเบลเยี่ยม
- ปี 1986 Baskin-Robbins Incorporated แยกสาขาเป็น 2 ส่วนคือ Baskin-Robbins USA, Co., และ Baskin-Robbins International


ไอศครีม H?agen-Dazs แบรนด์ไอศครีมดังที่ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1961 โดย Reuben Mattus ผู้ที่เกิดมาในครอบครัวธุรกิจทำไอศครีม homemade ซึ่งเริ่มแรกไอศครีม H?agen-Dazs ทำออกมาเพียง 3 รสชาติเท่านั้น คือ รส vanilla, รส chocolate และ รสกาแฟ
- ปี 1976 Doris ลูกสาวของ Mattus เปิดร้าน H?agen-Dazs ร้านแรกขึ้น
- ปี 1983 Mattus ตกลงใจขาย H?agen-Dazs ให้กับ The Pillsbury Company
- ปัจจุบัน H?agen-Dazs มีจำหน่ายอยู่ 54 ประเทศทั่วโลก Reuben Mattus พ่อค้าหนุ่มที่มีความใส่ใจในคุณภาพ และมีจินตนาการที่จะสร้างสรรค์ไอศครีมที่ดีที่สุด เขาทำงานในธุรกิจไอศครีมของแม่ ขายน้ำแข็งไสผลไม้ และไอศครีมหวานเย็น จากเกวียนม้าลากในถนนที่คลาคล่ำของเมืองบรองซ์ ในนิวยอร์ค เพื่อผลิตไอศครีมที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขายืนยันที่จะใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุด และบริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้น

ธุรกิจครอบครัวเติบโตและเจริญรุ่งเรืองตลอดทั้งช่วงทศวรรษ 1930 40 และ 50 และในปี 1961 นาย Mattus ตัดสินใจจัดตั้งบริษัทสำหรับไอศครีมในจินตนาการ เขาเรียกชื่อยี่ห้อใหม่นี้ว่า H?agen-Dazs เพื่อถ่ายทอดประเพณีเก่าแก่ของโลก และความสามารถในวิชาช่างฝีมือที่เหลืออยู่ในตัวเขา

H?agen-Dazs เริ่มต้นออกให้ชิมเพียง 3 รสชาติ มี วนิลลา ช็อคโกแลต และกาแฟ แต่ด้วยความใส่ใจในคุณภาพ ในไม่ช้าก็นำพาให้เขาไปใน 4 มุมโลก ส่วนผสมไอศครีมที่มีความพิเศษของเขาประกอบด้วย ดาร์คช็อคโกแลตจากเบลเยี่ยม และถั่ววนิลลาคัดมือจากมาดากัสการ์ สร้างประสบการณ์รสชาติที่ดื่มด่ำไม่เหมือนใคร ยี่ห้อ H?agen-Dazs รีบเร่งพัฒนาด้วยความซื่อสัตย์ตามมาเรื่อยๆ H?agen-Dazs ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยคำยกย่องกันปากต่อปากโดยปราศจากการโฆษณา เรื่องราวของส่วนผสมอันไม่น่าเชื่อ และการปรุงด้วยครีมข้นเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ในตอนแรกจะหาได้เพียงที่ Gourmet Shop ในนครนิวยอร์ค แต่ในเวลาต่อมาได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา และในปี 1973 ผลิตภัณฑ์ H?agen-Dazs ได้รับการอุดหนุนโดยลูกค้าที่มองเห็นความแตกต่างที่โดดเด่นทั่วสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นในปี 1976 Doris ลูกสาวของนาย Mattus ได้เปิดร้าน H?agen-Dazs ครั้งแรก มันประสบความสำเร็จในทันที และได้รับความนิยมจนพาให้ขยายร้าน H?agen-Dazs ข้ามประเทศ

ในปี 1983 นาย Mattus ได้ขาย H?agen-Dazs ให้กับบริษัท The Pillsbury ที่ยังคงไว้ซึ่งการปฏิบัติเดิมๆในเรื่องคุณภาพที่ดีกว่า และปรับปรุงวิธีการใหม่ๆโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานเดิมของ H?agen-Dazs ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่นั้นมาก็มีร้านปรากฏไปทั่วโลกใน 54 ประเทศ แต่คุณภาพที่มีการใส่ใจอย่างพิถีพิถันที่ Reuben Mattus ได้สร้างมากับทุกผลิตภัณฑ์ยังคงอยู่ทุกวันนี้ ปัจจุบันคนรักไอศครีมทั่วโลกต่างยอมรับให้ตรา H?agen-Dazs เป็นตราที่มีความหมายว่าไอศครีมชั้นเยี่ยมที่ดีที่สุด

ตั้งแต่เริ่มแรกมา H?agen-Dazs ได้แสวงหาสิ่งใหม่ๆ และได้นำของหวานเย็นๆ ที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆมาให้ลูกค้า มีรสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร เช่น Vanilla Swiss Almond, Butter Pecan, และ Dulce de Leche เพิ่งขึ้นชื่อเมื่อไม่นานมานี้ H?agen-Dazs ยังเป็นที่แรกที่แนะนำโลกให้รู้จักกับไอศครีมบาร์ชั้นดี เปิดตัวในปี 1986

ผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมใหม่ๆก็ตามมา อย่าง Frozen Yogurt ในปี 1991 และ Sorbet ในปี 1993

ทุกวันนี้ H?agen-Dazs ยังคงพัฒนาของหวานเย็นๆชั้นเลิศตัวใหม่ๆ ซึ่งออกให้ชิมทุกปี

ทำไม่เหมือนใคร

หลักการของ H?agen-Dazs เป็นไปอย่างไม่ซับซ้อน คือหาส่วนผสมที่บริสุทธิ์ที่สุด และดีที่สุดในโลก และใช้ฝีมือปรุงมันให้เป็นไอศครีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเป็นทางในการทำธุรกิจที่ว่าเป็น สิ่งพิเศษที่เป็นที่ต้องการ และมันคือเหตุผลว่าทำไมแบรนด์นี้เป็นแบบฉบับยอดเยี่ยมของไอศกรีมชั้นดีเกือบครึ่งศตวรรษ

 

ทายนิสัยจากไอศกรีมที่ชอบ

วานิลา
คนที่ชอบไอศครีมรสนี้ เป็นคนร่าเริง ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีความรักในศักดิ์ศรีของตน และเป็นที่รัก ของทุกคน

กาแฟ
คนที่ชอบไอศครีมรสนี้เป็นคนที่ชอบทำงานที่ต้องอาศัย ความรับผิดชอบ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองสูง มีลักษณะเป็นผู้นำ เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้ว มักจะต้องทำให้สำเร็จ สมบูรณ์ดีกว่าผู้อื่น และเป็นคนที่ชอบ การแข่งขัน

สตรอเบอร์รี่
คนที่ชอบไอศครีมรสนี้เป็นคนที่ชอบทำตัวสบายๆ คบคนง่าย แม้กับคนแปลกหน้า มักมองคนในแง่ดี เป็นคนที่มีความเมตตา ชอบช่วยเหลือและให้ความรักผู้อื่น

ช็อคโกเลต
คนที่ชอบไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่ค่อนข้างมีจิตใจอ่อนไหว ขี้เหงา ชอบคิดถึงแต่วันคืนในอดีตที่ผ่านพ้นมา และมักเป็นคนที่ยึดเอาขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆไว้เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิต

ช็อคโกแลตผสมถั่ว
คนที่ชอบไอศกรีมรสนี้ เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา เป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย ชอบผจญภัยและความตื่นเต้น ชอบความแปลกใหม่และท้าทาย

ช็อคโกแลตชิป
คนที่ชอบไอศกรีมรสนี้ เป็นคนตั้งความหวังในชีวิตไว้สูง มักมองโลกในแง่ดี เป็นคนที่สามารถแก้ไขเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีเสมอ

มินต์ชอคโกแลตชิป
คนที่ชอบไอศกรีมรสนี้ เป็นคนที่มีความกล้าหาญในตัวเอง ตั้งความหวังในชีวิตไว้สูง มีความทะเยอทะยานและมีความสามารถพิเศษในการหยั่งรู้เรื่องธาตุแท้ของคนอื่น

เนยถั่ว
คนที่ชอบไอศกรีมรสนี้ เป็นคนโรแมนติก ชอบความนุ่มนวล อ่อนหวาน เข้ากับคนได้ง่าย เป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไปที่จะเข้ามาอยู่ใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าจะสามารถให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่พวกเขาได้

ไอศกรีมรสผสม
คนที่ชอบไอศกรีมรสนี้ เป็นคนที่ชอบความหลากหลาย มีชีวิตยืดหยุ่น ชอบการประนีประนอม

ทายนิสัยจากลีลาการกินไอกรีมโคน

แบบเลีย
คนพวกนี้ชอบใช้ลิ้นและริมฝีปากค่อยๆเลียไอศกรีมออกจากโคน มักเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่งเฉย ชอบการพบปะผู้คนแปลกหน้ามีความสนุกสนานอยู่กับความต้องการหรือความ " อยาก " ไม่รู้จบ

แบบขบ
คนพวกนี้ชอบขบกินริมขอบโคนทีละเล็กทีละน้อย แสดงให้เห็นถึงว่าเป็นคนที่ระมัดระวังสูง มักที่จะหลีกเลี่ยงกับการที่จะ เผชิญหน้ากับปัญหาและไม่เอาตัวเองไปเกี่ยวข้องด้วย หากไม่แน่ใจว่าคำตอบของปัญหาที่ออกมาจะเป็นอย่างไร สำหรับคนพวกนี้แล้ว มิตรภาพถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แบบกัด
คนพวกนี้เริ่มกินไอศกรีมที่อยู่ที่โคนด้วยการกัด เป็นอันดับแรก ถือได้ว่าเป็นพวกที่ชอบความรุนแรงหรือพวกสุดโต่ง คนพวกนี้มีคุณสมบัติที่พิเศษคือ นอกจากจะเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแล้ว ยังรู้ด้วยว่าต้องทำอย่างไร จึงจะได้มาซึ่งของสิ่งนั้น อย่างไรก็ตาม คนพวกนี้มักไม่ค่อยมีความอดทน ขาดความสุขุมรอบคอบ ชอบผู้จาโผงผางและจะสู้แบบ หัวชนฝา ในสิ่งที่ตนเชื่อ แต่ก็ยังถือว่าเป็นคนรักที่จะคบหาและไว้วางใจได้หากใครต้องการจะเอาไว้เป็นคู่ครอง

แบบก้นมาก่อน
คนพวกนี้เป็นพวกที่ชอบกินไอศกรีมโคนโดยการแทะจากส่วนปลายแหลมก้นโคนจนหมดก่อนที่จะมากินไอศกรีมที่อยู่ส่วนบน มักเป็นคนที่ผิดแผกไปจากธรรมดาทั่วไป ไม่มีใครสามารถคาดเดา อารมณ์ความรู้สึกได้ถูกต้อง คนพวกนี้มีความสุขจากการ ได้ฝันถึงความร่ำรวยและการเดินทางท่องเที่ยวเป็นคนที่ชอบการแข่งขันพอๆกับการได้รับชัยชนะ และมักมีความสุขจากการรอคอยให้ความปรารถนาของตัวเองได้รับการตอบสนองในที่สุด

แบบเลอะ
คนพวกนี้เป็นพวกที่ชอบกินไอศกรีมโคนแบบเลอเทอะเปรอะเปื้อนไปทั้งหน้า มือ และเสื้อผ้าเต็มไปหมด แสดงให้เห็นว่าเป็นพวกที่ยังมีนิสัยใจคอแบบเด็กๆ ไร้เดียงสา ชอบจมอยู่กับอดีต และมักเสียเวลาไปกับการฝันถึงเรื่องเก่าๆ

ทายนิสัยชายหนุ่มจากรสไอศกรีม

1. ไอศครีมกาแฟ

กลิ่นหอมเท่ๆ เป็นเอกลักษณ์ และรสชาติขมเข้มของกาแฟก็เหมือนความเข้มของเขานั่นแหละ หนุ่มคนนี้เป็นเวิร์คกิ้งแมน ช่างคิด อยู่ที่ออฟฟิศดื่มกาแฟควันร้อนกรุ่นวันละหลายแก้วเป็นประจำ
บุคลิกดูเป็นสุภาพบุรุษ เท่ ชอบเล่นกีฬาประเภทห้าวหาญท้าทาย อย่างปีนหน้าผา ดำน้ำ และย้ำว่าหนักไปทางกีฬาเอ้าท์ดอร์ล้วนๆ ถ้าจะให้คะแนนความเท่มีเสน่ห์เขาได้เกือบเต็ม แต่คะแนนความโรแมนติก และช่างเอาอกเอาใจเขาอาจจะได้น้อยไปซักหน่อย

2. ไอศครีมสตรอเบอร์รี่

รสเปรี้ยวหวานบานฉ่ำของสตรอเบอร์รี่มักจะเป็นรสโปรดของสาวๆ ทุกวัย รวมทั้งชายหนุ่มบางคนก็ยกหัวใจให้รสชาตินี้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวก่อน ... อย่าเพิ่งคิดว่าชายหนุ่มที่ชอบสีชมพูปิ๊งๆ และรสชาติเปรี้ยวอมหวานของสตรอเบอรรี่จะเป็นผู้ชายประเภทหวานอมเปรี้ยวไปซะหมด ผู้ชายแท้แมนทั้งแท่งก็ไม่แปลกอะไรที่จะชอบ เพื่อความแน่ใจให้สังเกตนิ้วก้อยตอนตักไอศครีมเข้าปากดีกว่า ถ้านิ้วจีบเหมือนกำลังจะรำ แทบทำท่าละเลียดรสไอศครีมใส่ปาก สรุปได้เลยว่าเขา ( หรือเธอคนนี้ !) มีดีกรีความหวานมากกว่าน้ำตาลในตัวผู้ชายปกติฮ่ะ !!

3. ไอศครีมกะทิแบบไทยๆ

ใส่ข้าวเหนียว ถั่วลิสง ข้าวโพด ด้วยครับ ! ลองถ้าเขาสั่งเครื่องปรุงเหล่านี้โปะเพิ่มลงบนไอศครีมลอดช่องกะทิละก้อ แสดงว่าเขาเป็นหนุ่มไทยขนานแท้แบบดั้งเดิมที่มีความประทับใจกับรสชาติหวาน หอม มัน ซึ่งเป็นความสุขเย็นๆ ในปากเมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายตัวน้อย นั่นเป็นการบอกให้รู้ว่า สิ่งที่หนุ่มคนนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือความเปลี่ยนแปลง และเพราะนิสัยซื่อจริงใจ ตรงไปตรงมาคุณจึงคบเขาอย่างไว้ใจได้ แต่ถ้าจะไปไหนมาไหน เขาชอบเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค โบกรถ กินง่ายอยู่ง่ายไม่เรื่องมาก ถ้าอยากเป็นสาวติดดินก็เตรียมตัวควงแขนหนุ่มแมนคนนี้ !

4. ไอศครีมเชอร์เบตรสผลไม้

ไอศครีมเชอร์เบต หรือ Sorbet ก็คือไอศครีมหวานเย็นใสๆ ที่ทำจากน้ำผลไม้กับน้ำเชื่อมมาปั่นกับน้ำแข็งจนเป็นก้อน หลากรสผลไม้ทั้งส้ม มะขาม มะนาว มะพร้าว ราสเบอร์รี่ กีวี แตงโม โอ้โห .. เยอะแยะไปหมด
หนุ่มที่ชื่นชอบไอศครีมเชอร์เบตมักจะเป็นคนสบายๆ ไม่เรื่องมาก มองโลกในแง่ดี อารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่สาวๆ ที่เข้าใกล้จะหลงเสน่ห์ในความมีชีวิตชีวาของเขาคนนี้

5. ไอศครีมชาเขียว

ถ้ารสชาติโปรดปรานของเขาเป็นไอศครีมชาเขียว เขาเป็นตัวอย่างของหนุ่มรักสุขภาพที่ตามติดกระแสฮิตอินเทรนด์ เป็นคนทันสมัยใส่ใจกับตัวเอง ไลฟ์สไตล์เทรนดี้

สาวของเขาจะเป็นเต่าล้านปีไม่ไหวแน่ อย่างน้อยๆ คุณต้องดูดีมีสไตล์และมีความเป็นตัวของตัวเอง ตามติดกระแสฮิตให้ทัน ทั้งเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวไปจนถึงการเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับสุขภาพ และดีกับผิวแบบที่ใครต่อใครเขาฮิต แต่บางครั้งเขาก็เป็นคนง่ายๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย และอยากปลีกตัวไปอยู่แบบเงียบสงบมากกว่าเข้าสังคม

6. ไอศครีมช็อกโกแลต

ไม่ว่าจะมาในรูปแบบก้อนกลมๆ หรือแบบแท่งทานสะดวก ไอศกรีมรสช็อกโกแลตก็เป็นรสชาติที่แสนคุ้นลิ้น หนุ่มที่ชอบช็อกโกแลตเป็นหนุ่มที่มีความตั้งใจสูง อาจดื้อหรือไม่ค่อยฟังใคร แต่ก็มีน้ำใจให้กับคนรอบข้าง แถมยังเป็นคนที่มีความสุขกับชีวิต ไม่คิดมาก
คำเตือน ! ถ้ารสหอมหวานเข้มข้นของช็อกโกแลตติดปากติดใจมากไป หนุ่มหล่อก็อาจกลายเป็นหมูได้ไม่รู้ตัว !!!

7. ไอศครีมวานิลลา

ไอศครีมรสคลาสสิคที่ใครก็ได้ลองลิ้มชิมรสกันมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ บางคนก็ติดใจในกลิ่นหอมนุ่มๆ บางคนก็ชอบความมันเข้มข้นในเนื้อครีม
ลองถ้าไปร้านไอศครีมด้วยกันทุกครั้ง แล้วเขาสั่งแต่รสวานิลลาตามแบบฉบับออริจินัลไม่เคยเปลี่ยน ขอบอกให้รู้ว่าชายคนนี้ออกจะหัวโบราณหน่อยๆ สุภาพเรียบร้อย มีความโรแมนติคในระดับที่น่าพอใจ สาวน่ารักใสๆ เป็นสไตล์ที่เขาถูกใจยิ่งนัก